ข้อคิดลงทุนกับเงินเก็บ

20 ข้อคิดลงทุนกับเงินเก็บฉบับชีวิตมนุษย์เงินเดือน

   ใครบอกว่ามนุษย์เงินเดือนไม่มีสิทธิ์ในการลงทุนล่ะ? หลายคนมักจะคิดว่ามนุษย์เงินเดือนนั้นได้เงินมาก็จะต้องชักหน้าให้ถึงหลัง เพราะจำนวนเงินที่ได้มานั้นเป็นจำนวนเงินที่ได้เดือนต่อเดือน แต่คุณควรทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าการเป็นมนาย์เงินเดือนนี่แหละมีข้อดีอยู่มากมาย เพราะคุณไม่ต้องปวดหัวเรื่องการพยุงให้บริษัทอยู่รอดต่อไป หรือจะต้องปวดหัวกับเรื่องของการวางแผนทิศทางของบริษัทให้เดินหน้าต่อไปได้ เอาเวลามาปวดหัวว่าจะเอาเงินที่ได้แต่ละเดือนมาลงทุนยังไงกันดีกว่า ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ปวดหัวเรื่องการลงทุนอยู่ล่ะก็มาดูกันเลยว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างคุณจะลงทุนอย่างไรได้บ้างกับเงินที่ได้มาแต่ละเดือน

   1. เงินเดือนเข้าอย่าพึ่งเอาไปจับจ่ายใช้สอยกับสิ่งที่อยากได้ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณได้เงินมามันย่อมมีกิเลสที่อยากได้ของนู้นนี่นั่นตามใจตัวเองอยู่แล้วล่ะ แต่อย่าลืมว่าคุณจะต้องใช้เงินนั้นไปจนถึงสิ้นเดือน แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนไปเก็บออมล่ะถ้าเอาไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง และแน่นอนว่าคุณจะต้องอยากได้ของนู้นนี่นั่นทั้งเดือนแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งใช้ เอาไปเก็บก่อนถ้าเหลือเมื่อไหร่ค่อยเอาออกมาใช้! ที่สำคัญควรลองจัดสรรและบริหารเงินเดือนให้ลงตัวเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่เกิดความขัดสนนั่นเอง

   2. เงินเดือนเข้าเอาไปเก็บก่อน เคยได้ยินไหมว่าให้คุณเก็บเงินก่อน แล้วเอาเงินที่เหลือจากการเก็บมาใช้? เพราะการเก็บเงินแบบนี้จะช่วยให้คุณจำกัดจำนวนเงินที่เอาไปใช้จ่ายได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลังว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายตอนใกล้สิ้นเดือน แต่ถ้าหากว่าคุณลองเปลี่ยนแผนมาเป็นออมเงินก่อนแล้วค่อยเอาเงินที่เหลือจากการออมมาใช้ อาจจะทำให้แผนการเงิน นิสัยการใช้เงิน และจำนวนเงินในกระเป๋าของคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือเปลี่ยนเป็นทิศทางบวกก็ได้นะ

   3. เอาเงินเก็บที่ได้ไปลงทุนซักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันเงินออมเพื่อผลที่จะงอกเงยในอนาคตกับเงินในกระเป๋าของคุณเอง อีกทั้งการซื้อประกันนั้นจะทำให้คุณได้รับผลประโยชน์ด้วยสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่นประกันอุบัติเหตุที่จะช่วยเหลือคุณในตอนที่คุณจะต้องเข้าโรงพยาบาล หรือการซื้อประกันสุขภาพก็จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในตอนที่คุณไม่สบายได้ เห็นไหมล่ะว่าการลงทุนกับเงินออมนั้นมีค่ามากมายแค่ไหน แล้วช่วยให้คุณเพิ่มผลเพิ่มดอกให้กับเงินในกระเป๋าของคุณได้ เพราะฉะนั้นหากต้องการกำไรมากขึ้น อย่ามัวแต่เก็บเงินไว้เฉยๆ เอาเงินออกมาลงทุนสักนิด เพื่อเพิ่มผลกำไรกันดีกว่า

   4. อย่าใช้เงินที่ใช้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นมาลงทุนดีกว่า! ไม่ว่าจะเป็นเงินที่คุณนำไปซื้อกระเป๋า เสื้อผ้า หรือจะเป็นรองเท้าที่มีมากมายหลายคู่อยู่แล้ว แต่คุณก็ยังซื้อมาเพิ่มอีก ซึ่งราคาของเสื้อผ้า ของใช้แต่ละอย่างนั้นเมื่อนำเอาเงินมาสะสมรวมกันอยู่แล้วก็เป็นจำนวนที่มากเลยทีเดียว อาจจะเป็นเดือนละหลายพันเลยล่ะ ซึ่งเงินจำนวนหลายพันนี้คุณสามารถนำเอามาออมเป็นเงินฝากประจำหรือไปลงทุนกับกองทุนต่างๆ ก็ยังได้เลย เพราะฉะนั้นเปลี่ยนจากการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเหล่านั้นมาเป็นการลงทุนดีกว่าซะอีก

   5. เงินเดือนที่คุณได้มานั้นควรจะแบ่งให้เป็นระบบระเบียบไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บ หรือว่าจะเอาเงินไปลงทุนก็ตาม เพราะเงินที่คุณได้มาเดือนต่อเดือนนั้นเป็นจำนวนเงินที่จำกัด ถ้าหากว่าคุณไม่จัดการเงินเดือนที่ได้มาอาจจะทำให้คุณถังแตกก็ได้ ด้วยการใช้เงินที่ไม่เป็นระเบียบนั้นย่อมทำให้เจ้าของเงินใช้จ่ายเงินโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางคนที่มีเงินมากนั้นมักจะหลงลืมตัวอยู่เสมอว่าตัวเองมีเงินมาก จะใช้จ่ายยังไงก็ได้ แต่พอเงินหมดก็พึ่งจะรู้ตัวนั่นเอง

   6. เมื่อไหร่ที่คุณได้เอาเงินไปลงทุนแล้วนั้นอย่าลืมที่จะคิดเผื่อหน้าเผื่อหลังด้วยว่าคุณก็จะต้องมีเงินเอาไว้จับจ่ายใช้สอยไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทางหรือจะเป็นค่าที่พักก็ตาม เนื่องจากว่าหลายคนที่ลงทุนไปแล้วนั้นมักจะมีความอยากได้ผลตอบแทนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น เลยเอาเงินที่ได้มานั้นไปลงทุน ไปเป็นเงินหมุนเวียนในการลงทุนซะหมด ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเงินที่ไม่สามารถเอาออกมาใช้จ่ายได้ เลยทำให้เกิดความเดือดร้อนทีหลัง

   7. คุณไม่จำเป็นที่จะต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาลงทุน ถ้าหากว่าคุณยังไม่มีความแน่ใจ และยังมองเห็นผลตอบแทนที่ได้ยังไม่ชัดเจนแล้วล่ะก็ อย่าพึ่งยืมเงินจากใครมาลงทุนโดยเด็ดขาด เพราะว่าเมื่อไหร่ที่คุณลงทุนไปแล้วนั้นอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนกลับคืนมาหรืออาจจะทำให้คุณขาดทุนก็ได้ อีกทั้งการยืมเงินคนอื่นมาลงทุนนั้นคุณก็จะต้องใช้เงินคืนอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีเงินมาคืนก็ทำให้คุณต้องเป็นหนี้นั่นเอง

   8. อย่าลืมวางแผนการเงินในการลงทุนในแต่ละครั้ง เพราะการวางแผนนั้นเป็นเหมือนการวางหมากแต่ละตัวให้กับตัวคุณเอง ถ้าหากว่าคุณไม่มีการวางแผนมาก่อนแล้วเอาเงินไปลงทุนนั้นก็ยิ่งจะทำให้คุณเองคลำทางแบบถูกๆ ผิดๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างมากในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสี่ยงที่จะขาดทุนแล้ว ยังทำให้คุณเหนื่อยที่จะต้องทำอะไรแบบผิดถูกโดยปราศจากจุดหมายปลายทาง

   9. สำรวจตัวเองว่าคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน เนื่องจากว่าการลงทุนทุกอย่างนั้นย่อมมีความเสี่ยงอยู่ในตัวของมันเอง ถ้าหากว่าคุณมีศักยภาพในการรับความเสี่ยงได้น้อย แต่โกหกตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้มากก็อาจจะทำให้คุณลำบากทีหลัง หรืออาจจะทำให้คุณไม่สามารถทำการลงทุนให้ต่อเนื่องได้ หรือไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้ก็ได้ เพราะฉะนั้นให้คุณถามตัวเองก่อนว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงได้มากเท่าไหร่ แล้วค่อยวางแผนการลงทุน ดีกว่าลองผิดลองถูกโดยเสียเงินไปหลายบาทแล้วค่อยมาคิดได้ทีหลัง

   10. อย่าพึ่งลงทุนตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือว่าอะไรก็ตามแต่ที่คุณยังไม่รู้จักกับมันดี เพราะมันอาจจะทำให้คุณต้องมานั่งเสียใจทีหลัง เพราะอะไรก็ตามที่เป็นกระแสนั่นย่อมมาเร็วไปเร็วอยู่เสมอ โดยเฉพาะเงินเดือนที่คุณได้มานั้นเป็นเงินที่จะได้มาเดือนต่อเดือน คุณไม่สามารถไปขอใครเพิ่มเติมได้ ฉะนั้นอย่าลืมที่จะคิดให้ดีก่อนที่จะเอาเงินเดือนของคุณไปลงทุนกับสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะให้ระวังเรื่องของการลงทุนตามกระแสนั่นเอง

   11. คุณชอบหรือรักอะไรให้ทำในสิ่งนั้น ก็อย่างที่เรารู้กันดีว่าเมื่อไหร่ที่เราชอบอะไร รักอะไรแล้วเราจะใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ เรื่องของการลงทุนก็ชเนเดียวกัน ถ้าหากว่าคุณได้ลงทุนกับสิ่งที่คุณรัก และชอบแล้วล่ะก็ย่อมทำให้คุณสามารถทำมันออกมาได้ดี แล้วมนุษย์เงินเดือนเองก็ควรเริ่มจากการทำในสิ่งที่ตัวเองชอบจะได้เป็นการปูพื้นทางของตัวเองในทางที่ดีก่อนยังไงล่ะ

   12. เริ่มต้นลงทุนทีละเล็กละน้อย อย่าพึ่งใจร้อนลงทุนกับตัวเงินมากมายมหาศาล การเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้เป็นการการันตีว่าคุณจะได้รับการประสบความสำเร็จได้ในอนาคต ซึ่งการเริ่มต้นลงทุนนั้นเหมือนเป็นการลองผิดลองถูกนั่นแหละ และเงินเดือนของคุณนั้นเป็นเงินที่จะต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างจำกัดเอาไว้อีกด้วย ฉะนั้นอย่าพึ่งเอาเงินเดือนทั้งหมดที่ตัวเองมีไปลงทุนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อทำให้มันยิ่งใหญ่ แต่ขอให้คุณเริ่มต้นจากความมั่นคงจะดีกว่า

   13. กระจายความเสี่ยงในการลงทุน ถ้าหากว่าคุณมีเงินในการลงทุนน้อยนั้นก็ให้เริ่มจากการลงทุนอย่างเดียวซะก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยเอาเงินมาใช้ในการลงทุนรูปแบบอื่นๆ แต่ถ้าหากว่าคุณมีจำนวนเงินที่มากพอที่จะขยายการลงทุนแล้วล่ะก็ให้กระจายความเสี่ยงไปกับการลงทุนให้หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คุณได้รับผลตอบแทนที่หลากหลาย และมีความเสี่ยงจากการลงทุนหลายระดับ ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องเคร่งเครียดกับการลงทุนชนิดเดียวที่ให้ผลตอบแทนรูปแบบเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่จะต้องขาดทุนจริงๆ คุณก็จะได้ขาดทุนไปเพียงอย่างสองอย่าง แต่การลงทุนในรูปแบบอื่นก็ยังให้กำไรแก่คุณ

   14. อย่าลืมติดตามข่าวสารบ้านเมืองเอาไว้ด้วย เพราะการที่คุณไม่ติดตามข่าวนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถรู้ทันคนอื่น โดยเฉพาะข่าวด้านเศรษฐกิจหรือว่าข่าวเกี่ยวกับสาขาการลงทุนที่คุณเอาเงินของตัวเองไปลงทุนนั่นเอง เนื่องจากว่าข่าวสารเหล่านี้จะเป็นตัวรายงานข่าวในการลงทุนของคุณ หรืออาจจะเป็นการติดตามข่าวจากแหล่งการลงทุนของคุณโดยตรงก็ได้ โดยแหล่งข่าวเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนของคุณไม่มากก็น้อย

   15. อย่าลืมต่อยอดการลงทุนของคุณให้มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากว่าการลงทุนนั้นย่อมให้ผลตอบแทนเราอยู่เสมอ อยู่ที่ว่าจะให้ผลตอบแทนรูปแบบไหน ซึ่งถ้าหากว่าการลงทุนนั้นให้กำไรแก่คุณ คุณก็ควรต่อยอดให้มันก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่าการที่คุณหยุดอยู่แค่นั้นหรือปล่อยให้มันอยู่กับที่ แทนที่คุณควรจะได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่คุณกลับอยู่ที่เดิมมันก็น่าเสียดายอยู่หรอกนะ แต่ถ้าคุณต่อยอดมันได้ก็ไม่เสียหาย และยังเป็นผลดีกับเงินในกระเป๋าของคุณอีกด้วย

   16. ในตอนเริ่มต้นการลงทุนนั้นคุณควรใช้เงินลงทุนให้น้อยๆ เอาไว้ซะก่อน บางคนยืมเงินจากคนอื่นมาลงทุนก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้ผลตอบแทนในการลงทุนเยอะตามตัวเลขที่คุณลงทุนไปก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งเอาเงินเก็บเป็นก้อนนั้นมาโยนลงกองไฟเชียวล่ะ แต่ถ้าหากว่าคุณมีความมั่นใจ และสามารถมองเห็นตัวเลขที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันจะกลับมาสู่คุณได้อย่างแน่นอนก็ไม่จำเป็นต้องรอช้า เพียงแค่ให้คุณมั่นใจซะก่อนว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นจะทำให้คุณได้เงินกลับคืนมาจริงๆ

   17. การลงทุนที่ดีควรเป็นการลงทุนที่คุณสามารถมองเห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน และเป็นการลงทุนที่สร้างสรรค์ บางคนคิดว่าการเอาเงินไปลงทุนคือการให้คนอื่นยืมโดยคิดดอกเบี้ยแพงๆ มันก็ใช้อยู่ที่ว่ามันจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้คุณได้อย่างมากมายมหาศาล เพราะมันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกตำรวจจับแล้ว ยังเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินคืนอีกด้วยนะ เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะเอาเงินไปปล่อยกู้นอกระบบที่ไปขูดรีดเลือดเนื้อของคนอื่นมากินล่ะ

   18. อย่าโลภจนมากเกินไปจนเอาเงินเดือนของตัวเองทั้งหมดไปใช้ในการลงทุน เพราะความโลภมักจะเป็นต้นเหตุของการหมดสิ้นเนื้อตัว นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้วยังทำให้คุณต้องอดอยากปากแห้งได้เลยทีเดียว เพราะการที่คุณเอาเงินเดือนที่ทำงานมาทั้งเดือนไปใช้ในการลงทุนซะหมด โดยไม่แบ่งมาใช้จ่ายในแต่ละวันเพื่อเอาไว้ใช้เป็นค่าอาหารการกินหรือว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่นค่าใช้จ่ายที่จะต้องเอาไว้ให้ลูกหลานที่เค้ายังไม่สามารถหาเงินเองได้ก็จะเป็นผลเสียต่อคุณได้เช่นเดียวกัน

   19. อย่าตอบแทนตัวเองด้วยการใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่นการซื้อกระเป๋าราคาแพงแต่ใช้ได้ไม่นานให้กับตัวเอง ให้คุณลองคิดดูว่าในตอนที่คุณทำงานนั้นจะต้องแลกกับความเหน็ดเหนื่อยมากมายแค่ไหนกว่าจะได้เงินเดือนเดือนนั้นมา หรือจะต้องแลกกับอะไรบ้างเพื่อให้ได้เงินมา รวมถึงการที่คุณเอาเงินที่ได้จากการลงทุนหรือกำไรจากการลงทุนไปใช้จ่ายแบบวันเดียวหมดนั้นเป็นพฤติกรรมที่ควรจะคิดใหม่ซะแล้วล่ะ เพราะกว่าจะได้กำไรนั้นคุณจะต้องรอกี่วันกว่าจะได้มันมา มันก็ใช่อยู่ว่าเป็นเงินของคุณ คุณจะทำยังไงก็ได้ แต่อย่าลืมว่าคุณไม่ได้มันมาแบบง่ายๆ นะ

   20. เปิดโอกาสทางเลือกให้กับตัวคุณเอง เพราะการเปิดทางเลือกให้กับตัวเองนั้นย่อมทำให้คุณสามารถเลือกสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้ แต่ถ้าหากว่าคุณปิดตาตัวเองให้ตัวเองเป็นกบในกะลาก็ย่อมจะมีตัวเลือกเพียงไม่กี่ตัว และอาจจะทำให้คุณมีตัวเลือกน้อยกว่าคนอื่น โดยเฉพาะการลงทุนนั้นย่อมจะต้องสร้างทางเลือกให้กับตัวเองให้มากๆ เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุด ผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แต่ถ้าหากว่าคุณไม่เลือก และปิดโอกาสที่คุณควรจะได้ก็อาจจะทำให้พลาดสิ่งดีๆ ไปก็ได้

   และนี่ก็คือข้อคิดในการเก็บเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน ซึ่งหากใครที่คิดว่าตัวเองคงไม่สามารถเก็บออมเงินได้และเงินคงไม่พอใช้ตลอดเดือนแน่ๆ คิดใหม่ได้นะ เพราะการเก้บเงินไม่ใช่เรื่องยาก แค่มีความพยายามสักนิด และมีความตั้งใจจริง สามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินของตนเองได้ รวมถึงรู้จักที่จะนำเงินออกมาลงทุนเพื่อเพิ่มกำไรให้มากขึ้น คุณก็จะสามารถมีเงินเก็บ และเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดายเลย