คุณสมบัติคนจะรวย

คนจะรวยช่วยไม่ได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรจึงจะถือว่าเป็นคนรวย

   ความรวยหรือความมั่งคั่งทางการเงิน คงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฎิเสธว่าไม่ต้องการ คนมากมายปรารถนาที่จะเป็นคนร่ำรวย เพราะความรวยทำให้สามารถได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา ทรัพย์สินเงินทองส่งผลให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าและมีโอกาสที่ดีกว่าในทางสังคม แต่นั่นใช่ว่าเมื่อใครก็ตามปรารถนาจะร่ำรวยแล้วจะสามารถรวยได้ดังที่คิดฝัน คนมากมายในสังคมที่ทำงานหนักตลอดชีวิตและพยายามที่สุดมาตลอดชีวิต แต่จนถึงบั้นปลายก็ไม่อาจจะเป็นเศรษฐีหรือเป็นคนรวยได้

   ถ้าเช่นนั้นแล้วมีเคล็ดลับหรือคุณสมบัติใดกันที่ทำให้คนบางกลุ่มบางประเภทร่ำรวยขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่บางคนเริ่มจากศูนย์หรือติดลบ แน่นอนว่าคนรวยกับคนไม่รวยย่อมมีสิ่งที่แตกต่างกันทั้งแนวคิด ไลฟ์สไตล์ มุมมองและการใช้ชีวิต เราลองมาดูด้วยกันว่า คนรวยหรือคนที่กำลังจะรวยนั้น พวกเขามีแนวคิดและการใช้ชีวิตกันแบบใด

แนวความคิดและคุณสมบัติของคนรวยและคนที่พร้อมจะรวย

   1. คิดการณ์ไกล มองไปข้างหน้ายาว ๆ และมีแผน

   คุณสมบัติข้อแรกที่แตกต่างระหว่างคนรวยและคนไม่รวยก็คือ คนรวยทุกคนจะมองทุกสิ่งรอบตัวแบบระยะยาว พวกเขามีแนวคิดที่มองทุกอย่างไม่ใช่เพียงเพื่อวันนี้ แต่พวกเขาจะคิดเผื่อไปไกลถึงอีกหนึ่งปีข้างหน้า อีกสิบ ยี่สิบปีข้างหน้าด้วย ในขณะที่คนจนหรือคนที่ไม่มีทางรวยจะมองถึงแต่แค่วันนี้ พรุ่งนี้หรืออย่างมากที่สุดก็เดือนหน้า

   คนรวยจะไม่มีข้ออ้างถึงความจำกัดว่า แค่เอาวันนี้ให้รอด หรือแก้ปัญหาแค่เฉพาะหน้าไว้ก่อนเท่านั้น โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน คนรวยจะคิดยาวและพุ่งเป้าหมายไปที่อิสระในการเงินในวันข้างหน้ามากกว่าเพียงแค่ความสุขหรือการเอาตัวรอดในวันนี้ สังเกตได้จากคนที่ไม่มีทางรวยหรือมีพันธะทางหนี้สิน พวกเขามักจะคิดแค่วันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น การมีความคิดระยะยาวทำให้คนรวยอดทนและบากบั่นไปถึงเป้าหมาย สิ่งนี้เป็นพลังทำให้เขามุ่งมั่นอดออมไปสู่ความสำเร็จจนได้ ในเรื่องการเงิน คนรวยพร้อมที่จะอดทนเก็บออมลงทุนระยะยาวซึ่งทำให้เงินงอกเงยทวีขึ้นแบบทบต้นและทบดอก เมื่อนานวันเข้าก็เป็นเงินจำนวนมากและเกิดความมั่นคงได้

   2. คนรวยมักมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เสมอ

   คนรวยจะมีพลังสร้างสรรค์และมีความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง เขามักจะคิด พูด และทำในสิ่งที่เขาคิดออกมาเสมอ ความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างและไม่ตามใครทำให้คนหลายคนร่ำรวยและประสบความสำเร็จ ความคิดของคนรวยจะมุ่งตรงอยู่ที่การตอบโจทย์ของเป้าหมาย ทำอย่างไรที่ชีวิตจะดีขึ้น มั่นคงและรับอิสระ เมื่อพวกเขาหยิบจับหรือทำสิ่งใดก็ตามสิ่งที่พวกเขาทำจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกับความคิดเสมอ คนรวยจะไม่ทำอะไรที่ดูเหมือนดักดานหรือซ้ำเดิม พวกเขาเกลียดความคิดที่ย่ำอยู่กับที่และให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์มากกว่าความสบายโดยไม่คิดอะไรไปวัน ๆ แม้ความคิดสร้างสรรค์นั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้แต่ต้องการแรงขับเคลื่อนที่แรงพอที่จะให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นและบรรลุสู่ความสำเร็จได้ พวกเขามักคิดทุกอย่างอยู่ในด้านบวกเสมอและมองว่าสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาคิดจะต้องเป็นไปได้ พวกเขามองทุกอย่างและคิดทุกอย่างในด้านที่ดีก่อน โดยตั้งคำถามที่มีผลบวกก่อน

   3. คนรวยไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เขายอมรับและมองหาโอกาสในสิ่งนั้น

   คุณสมบัติเด่นของคนรวยทุกคนที่มีเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัดอีกข้อหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงใดหรือเหตุการณ์ใดมาถึงชีวิตของพวกเขา พวกเขาจะไม่มัวตกใจหรือกลัวมัน แต่พวกเขาจะเข้าเผชิญหน้าด้วยความสุขุม ยอมรับและไม่เคยปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงนั้น พร้อมทั้งเริ่มคิดแก้ไขโจทย์ที่มีและมองหาช่องทางและโอกาสที่พวกเขาจะฉกฉวยไว้ได้จากมัน เราจะไม่เคยเห็นคนรวยหรือคนที่กำลังจะร่ำรวยคนไหนมัวช็อคฟูมฟายและปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าบางครั้งความเปลี่ยนแปลงนั้นจะส่งผลกระทบกับชีวิตของพวกเขาเข้าอย่างจัง แต่นั่นอาจจะทำให้พวกเขาหยุดชะงักเพียงไม่นาน หลังจากนั้นพวกเขาจะกลับมาคิดและยอมรับมันและเริ่มมองหาโอกาสในมันและใช้โอกาสจากวิกฤตนั้นไปสู่การหลุดจากบ่วงของปัญหาละก้าวสู่ความสำเร็จใหม่ ๆ จนได้

   4. คนรวยจะกล้ารับความเสี่ยงที่เขาคิดและไตร่ตรองแล้วอย่างรอบคอบ

   ด้วยคุณสมบัติที่คิดและไตร่ตรองอยู่เสมอและมีเป้าหมายที่ชัดเจนพุ่งไปข้างหน้า เมื่อมีโอกาสเสี่ยงเข้ามาในชีวิต คนรวยจะไม่วิ่งหนีมันเหมือนคนที่ไม่มีทางรวย แต่พวกเขาจะหยุดและคิดใคร่ครวญไตร่ตรองเกี่ยวกับโอกาสนั้นอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลจนครบและวิเคราะห์จนแน่ใจแล้ว จึงเดินเข้าไปหามัน ความเสี่ยงที่สูงแต่แน่นอนว่ามักจะให้ผลตอบแทนที่สูงด้วย แต่เมื่ออยู่บนพื้นฐานข้อมูลความคิดที่วิเคราะห์จนรอบคอบแล้ว คนรวยก็จะยอมรับในความเสี่ยงนั้นและควบคุมความเสี่ยงนั้นได้ในที่สุด ซึ่งแตกต่างจากคนที่กล้าเสี่ยงอย่างบ้าบิ่น เช่น คนที่ลงทุนอย่างชนิดกล้าได้กล้าเสียโดยขาดการวิเคราะห์ที่ถี่ถ้วน เมื่อความเสี่ยงอยู่ในมือของคนรวย พวกเขาจะไตร่ตรองจนรอบคอบทำให้ความเสี่ยงที่ทุกคนมองดูเหมือนเสี่ยงมาก สำหรับคนรวยแล้วเขาทำให้มันกลายเป็นความเสี่ยงน้อยได้ด้วยความรอบคอบนั่นเอง

   5. คนรวยและคนที่กำลังจะรวยเรียนรู้อยู่เสมอ

   พวกเขาจะค้นหาคำตอบสำหรับทุกอย่างที่สงสัยและทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างชัดเจน ละเอียดและถ่องแท้ ต่างจากคนที่ไม่มีทางรวยที่มักคิดอะไรไม่จบ คิดไม่ทะลุและไม่เห็นความสำคัญของการตอบคำถามคลุมเครือที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ความรู้คือเคล็ดลับของคนรวย พวกเขาจะศึกษาและรู้ทุกอย่างก่อนคนอื่นและเดินก้าวไปอย่างมั่นคงปลอดภัยและทันเวลาด้วยความรู้นั้น

   6. คนรวยมักมีแหล่งของรายได้สำรองที่มาได้จากหลายทาง

   คนรวยมักหาโอกาสให้ได้มาซึ่งรายได้จากหลายช่องทางเสมอ พวกเขาไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยการมีรายได้เพียงทางเดียว แต่พวกเขาจะเสาะหาโอกาสให้ได้มาซึ่งรายได้จากหลากหลายช่องทาง ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจมีงานประจำ แต่ก็ยังแบ่งเงินไปลงทุนในหุ้น ในกิจการต่าง ๆ เพิ่ม ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเขามีการหารายได้มาได้จากหลายทางพวกคนรวยจะแบ่งสรรในการใช้จ่ายได้ง่ายและไม่มีวันที่จะฝืดเคืองหรือตกอยู่ในวิกฤตทางการเงินได้ง่าย ๆ เรียกว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างให้ตัวเองยืนอยู่ในโซนที่ค่อนข้างมั่นคงและมั่งคั่งทางการเงินได้

   7. คนรวยมักจะใช้เงินในการทำงาน

   คนรวยใช้เงินซื้อเวลาเพื่อที่จะมีโอกาสทำเงินได้มากยิ่งขึ้นและเขาจะไม่ยอมเสียเวลาเพียงเพื่อได้เงินในระยะสั้น ๆ เขามองอนาคตแม้ว่าในบางเรื่องจะเป็นเรื่องที่คนทั่วไปมองว่าไม่คุ้มค่า แต่เมื่อคนรวยเล็งเห็นแล้วว่ามันคุ้ม เขาจะจับจ้องที่โอกาสทำเงินนั้นมากกว่าการทำไปวัน ๆ โดยไม่มีแผนการใด ๆ คนรวยมักคิดแบบทวีคูณ ไม่ใช่คิดเพียงเท่าที่มีหรือเฉพาะขณะวินาทีนี้ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน เขาจะไม่พึงพอใจเพียงแค่วันนี้มีพอ วันนี้ได้มากพอเท่านั้น แต่เขาจะมองว่าทำอย่างไรจะได้เพิ่มและทบทวีคูณขึ้นไปอีกและต้องทำอย่างไร

ความรวยกับความมั่นคงอะไรที่คนต้องการ

   เมื่อพูดกันถึงการไปสู่ความร่ำรวยก็มักเกิดคำถามขึ้นในใจคนจำนวนไม่น้อยว่า ความรวยนั้นแตกต่างกันกับความมั่นคงหรือไม่ แล้วระหว่างความรวยกับความมั่นคงนั้นคนเราต้องการอะไรมากกว่ากัน ?

   ความรวยที่ไม่มั่นคงนั้นก็คงเป็นเพียงความรวยเพียงชั่วไม่นานจากนั้นก็ต้องกลับเข้าสู่ความจนอีกครั้ง คงไม่ต่างจากทฤษฎีสามล้อถูกหวยที่มีให้เห็นกันมากมายมาแล้ว หากคนเราเกิดมีโชคถูกลอตเตอรี่ ได้รับมรดกหรือได้รับเงินมาจากไหนก็ตาม แต่ไม่มีความสามารถในการบริหารการเงิน ไม่รู้วิธีในการทำให้เงินนั้นเพิ่มพูนขึ้น ไม่นานนักเงินมากมายมหาศาลเพียงใดก็อาจจะหมดลงได้อย่างง่ายดาย

   เมื่อไม่นานมานี้มีการวิเคราะห์ถึงนักฟุตบอลดังในลีกต่าง ๆ ทั่วโลกและนักอเมริกันฟุตบอลดาวเด่นจากสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการรักษาความร่ำรวยหลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอลและอเมริกันฟุตบอลอาชีพแล้ว ผลสำรวจเป็นที่น่าตกใจมากว่า พวกเขาเหล่านั้นจากที่เคยได้ค่าตัวในการเล่นมากมายมหาศาลถึงขนาดที่ลงเล่นให้ทีมดังเพียงปีเดียวเท่ากับจำนวนมูลค่าเงินค่าตอบแทนที่ได้รับเทียบกับเงินเดือนที่คนอังกฤษทำทั้งชีวิตทีเดียว แต่หลังจากที่อำลาวงการไปแล้ว อย่างน้อย 1 ใน 3 ของนักกีฬาผู้ร่ำรวยเหล่านั้นล้มละลายในระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 5 ปี เท่านั้น นั่นคงเป็นคำตอบได้ว่าระหว่างความร่ำรวยและความมั่นคง หากเลือกได้คนเราควรจะได้ทั้งสองสิ่งคือมีความร่ำรวยที่เป็นไปอย่างมั่นคงและถาวร

ทำอย่างไรจึงจะร่ำรวยอย่างมั่นคง

   ด้วยเหตุนี้จึงมาถึงคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะร่ำรวยได้อย่างมั่นคง ความร่ำรวยที่มั่นคงจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเปลี่ยนแนวความคิดของเราให้เป็นคนที่มีแนวความคิดเหมือนกับคนรวยข้างต้นอย่างถาวร และการมีนิสัยที่ไม่ขัดต่อความเป็นคนรวยที่มั่นคงนั่นเอง คนรวยอย่างมั่นคงแน่นอนว่าเมื่อใดก็ตามตราบที่เรายังคงมีชีวิตอยู่ เราย่อมต้องใช้จ่ายเงินไปทุกวันเพื่อใช้กินใช้อยู่ ดังนั้นถ้าต้องการความร่ำรวยที่มั่นคงนั้น เมื่อมีการใช้ออกไปของเงิน ย่อมต้องหาทางที่จะมีการนำเข้ามาของเงินที่ชดเชยกัน อย่างน้อยต้องให้ได้เท่ากับหรือมากยิ่งกว่าที่จ่ายออกไป

   แต่การทำงานหนักเพื่อเก็บออมหรือเพื่อให้ได้เงินจำนวนมากมานั้นคงจะเป็นคำตอบเพียงตอนแรกเท่านั้น การประหยัดอดออมนั้นก็อาจจะใช่ แต่เมื่ออายุมากขึ้นภาระที่มากขึ้นและสุขภาพที่คงจะสู้ในวัยหนุ่มสาวไม่ได้ ความสามารถในการลงแรงเพื่อจะหาเงินนั้นแน่นอนว่าย่อมต้องถดถอย แต่สิ่งที่ตามมาก็คือรายจ่ายไม่ได้ลดลงแต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น จากการที่จะต้องดูแลสุขภาพร่างกายในวัยที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในเรื่องสุขภาพจึงตามมา

   คำตอบของความร่ำรวยที่มั่นคงก็คือ การให้เงินทำงานแทนเรา เพราะหากเราสามารถที่จะสร้างกลไกให้เงินทำงานแทนเราแล้ว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็จะยังคงมีความมั่นคงทางการเงินได้เสมอ วิธีการในการให้เงินทำงานแทนก็คือ การนำเงินไปไว้ในจุดที่เงินสามารถงอกเงยได้และให้ดอกออกผลที่ดีเหมือนต้นไม้ ต้นไม้ที่อยู่ในที่ที่มีน้ำและดิน แร่ธาตุ อุดมสมบูรณ์ก็จะให้ผลผลิตที่ดี เจ้าของต้นไม้ก็ไม่ต้องเหนื่อยแรงมากในการดูแลใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้งอกงาม แตกต่างจากต้นไม้ที่อยู่ในดินกันดารแห้งแล้ง ผู้ปลูกหรือชาวสวนย่อมต้องเหนื่อยเพื่อให้ออกผลที่ต้องการ การนำเงินไปลงทุนในจุดที่สามารถทำผลกำไรได้อย่างดี มีผลทวีคูณจึงเป็นคำตอบของการร่ำรวยที่ยั่งยืนนั่นเอง

เหตุใดคนไทยจึงต้องการความร่ำรวย ความร่ำรวยคือความสุขจริงหรือ

   ศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลกนี้แต่สำคัญและมีค่าที่สุดก็คือศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต คนไทยมากมายที่ต้องการแสวงหาความร่ำรวยและคิดว่านั่นคือคำตอบของความสุข คนที่รวยแล้วก็ต้องการที่จะรวยมากขึ้น มากขึ้นจนไม่รู้จักพอเพราะเขาคิดว่าจะทำให้เขามีความสุขได้สักที แท้จริงความสุขที่แท้นั้น คือการมีอิสระทางการเงินและได้ใช้เวลาทุกวันในชีวิตดังที่ใจปรารถนา หากคุณร่ำรวยเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต แต่ต้องเข้าประชุมทุกวัน ทำงานวันละ 18 ชั่วโมง โดยแทบไม่ได้พักผ่อนเลย ถึงจะมีเงินในบัญชีท่วมหัวแต่ก็ไม่มีเวลาที่จะหาซื้อความสุขได้ ความสุขและความร่ำรวยจึงต้องมาพร้อมกับอิสระในชีวิต ทั้งอิสระทางการเงินและอิสระในเรื่องของเวลาด้วย คำตอบจึงยังคงยืนยันอยู่ที่ การสามารถให้เงินทำงานแทนเรา ก้าวข้ามการทำงานเพื่อหาเงินไปถึงจุดที่ให้เงินทำงานแทนเราโดยการออมและการลงทุนที่ให้รายรับเป็นดอกผลที่ทวีคูณ นั่นจึงเป็นความร่ำรวยและความสุขได้อย่างแท้จริง

คนรวยที่มีความสุขออมและลงทุนอย่างไร

   เรามาดูการใช้เงินทำงานด้วยการออมและการลงทุนแบบคนรวยด้วยกัน

   1. ลงทุนในกองทุนระยะยาว ด้วยเงินก้อนที่นิ่ง ๆ

   ซึ่งเงินก้อนนี้ต้องเป็นเสมือนเงินเก็บลืม หมายถึง ต้องเป็นเงินที่เราจะไม่ดึงออกมาใช้แม้เกิดกรณีฉุกเฉินใด ๆ แล้วทิ้งไว้ในการลงทุนกับหุ้นหรือกองทุนระยะยาว จะทำให้ได้ผลตอบแทนที่มากและคุ้มค่าการรอคอย

   2. อย่าลงทุนกับสิ่งที่เราไม่รู้จักดี

   อย่างที่ได้กล่าวขั้นต้น คนรวยจะศึกษาจนรู้ละเอียดและแน่ใจแล้ว ว่าความเสี่ยงนั้นเขาควบคุมได้และรู้จักมันดีพอจึงลงทุน เราควรลงทุนในกิจการหรือแหล่งลงทุนที่เรารู้จักดีแล้วเท่านั้น

   3. อย่าแช่เงินก้อนที่ลงทุนไว้ชั่วนิรันดร์

   เราควรจะมีการโยกย้ายก้อนเงินลงทุนตามสถานการณ์การเงินในภาพรวมใหญ่ ๆ บ้าง แต่ไม่ใช่การนั่งจดจ่อกับความเปลี่ยนแปลงแล้วไหลตามกระแสการเปลี่ยนแปลงนั้นตลอดเวลา อาจจะปรึกษามืออาชีพที่ปรึกษาในการปรับพอร์ตการลงทุนเป็นครั้งคราวบ้าง

   4. ให้เราอย่าเห่อตามคนหมู่มาก

   ในการลงทุนควรดูจังหวะ ในบางครั้งการสวนกระแสก็จะทำให้เกิดผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ อย่าวิ่งตามคนหมู่มากจนเกินไป ลองขายในสิ่งที่คนไล่ล่าและซื้อในสิ่งที่คนมองข้าม ก็จะได้ของดีราคาถูกและได้กำไรมากกว่าคนอื่นในการขายด้วย

   5. ลงทุนโดยรู้จักการเผื่อเหลือและเผื่อขาด

   นิสัยของผู้เป็นเศรษฐีทุกคนจะปกป้องตัวให้พ้นจากความเสี่ยงที่อันตราย และนำตัวเองมาอยู่ในโซนมั่นคงและปลอดภัยอยู่เสมอ เพราะชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ความรอบคอบคือคุณสมบัติสำคัญของคนรวย

   สำหรับคนที่กำลังจะรวยหรือมีเป้าหมายเพื่อไปสู่ความร่ำรวยที่มั่นคง หากได้ทำตามสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมา ความร่ำรวยก็เริ่มขยับสู่ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ ขอเพียงแค่ลงมือทำ และปรับเปลี่ยนตนเองให้ได้ เริ่มต้นวันนี้ เคยมีผู้กล่าวว่า หากหวังผลลับใหม่ ๆ แต่วิธีการยังเหมือนเดิม ย่อมจะได้ผลลับเดิม ๆ แต่ถ้าอยากได้ผลลับที่เปลี่ยนไป ต้องเริ่มเปลี่ยนที่วิธีการก่อนนั่นเอง