การลงทุนแบบคนฉลาด

วิธีการลงทุนแบบคนฉลาด

   ไม่มีใครอยากลงทุนโดยปราศจากการได้กำไร แต่บางคนก็ลงทุนไปด้วยปราศจากความรู้ แต่หวังอยากได้กำไร ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณขาดทุนแบบหมดตูดไปเลยก็ได้ และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากลงทุนแต่ยังหาวิธีการลงทุนไม่ได้ว่าควรจะไปไหนทิศทางไหนอยู่ เรารับรองว่าสิ่งที่คุณจะได้รับต่อไปนี้จะทำให้คุณมองหาเส้นทางการลงทุนของตัวเองเจออย่างแน่นอน เพราะที่นี่จะเป็นที่เดียวที่รวบรวมเอาการวิธีการลงทุนแบบคนฉลาดมาให้คุณได้ลองเอาไปใช้กับเส้นทางการลงทุนของคุณ!

1. ลงทุนในสิ่งที่ชอบ

   เริ่มต้นลงทุนกับการทำในสิ่งที่คุณชอบและอยากเรียนรู้เช่นเดียวกับการทำงาน ซึ่งทำในสิ่งที่คุณรักและชอบ หลายคนชอบลงทุนกับสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าได้เงินดี ได้เงินเยอะ และได้ผลตอบแทนที่สูง โดยเฉพาะการลงทุนที่เป็นกระแส แต่ลืมไปว่ากระแสนั้นอาจจะไม่ใช่เส้นทางการลงทุนที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนคนไหนก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ทำในสิ่งที่คุณชอบและรักที่จะทำเพราะเมื่อไหร่ที่คนเราทำในสิ่งที่รักและชอบมักจะทำได้ดีอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าในตอนแรกนั้นจะได้รับตอบแทนที่น้อย แต่หลังจากที่ทำไปได้ซักพักแล้วมีคนเห็นผลงานของคุณแล้วล่ะก็รับรองว่าเงินก้อนโตก็จะตามมาในไม่ช้า ที่สำคัญเมื่อเราเลือกลงทุนในสิ่งที่ตนเองชอบ จะยิ่งทำให้เราได้เปรียบ คือสามารถสร้างผลงานออกมาได้ดี ทั้งยังมีความสุขกับการลงทุนนั้นๆ ซึ่งจะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากเลยล่ะ

2. เริ่มจากก้าวเล็กๆ

   เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ดีกว่ามาแผ่วปลายทีหลัง ใช่อยู่ที่เงินลงทุนเราควรจะมีเยอะๆ เพื่อที่จะได้เอามาหมุนหรือเอามาใช้ในการเป็นเงินสำรอง แต่อย่าลืมว่าการเริ่มต้นไม่ว่าจะทำอะไรนั้นควรจะระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องที่คุณพึ่งจะได้ทำเป็นครั้งแรก เพราะการเริ่มต้นนั้นอาจจะไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำก้าวต่อไปให้มั่นคง และแน่วแน่ได้ ยิ่งเป็นการลองผิดลองถูกนั้นจำเป็นที่จะต้องทำทีละเล็กทีละน้อยมากกว่าการเอาเงินของตัวเองหรือเอาเงินที่คุณยืมมาจากคนอื่นมาลงทุนแต่ต้องทำให้เงินนั้นเป็นเงินจมที่ไม่สามารถทำผลตอบแทนหรือเอากลับคืนมาได้ และที่สำคัญคือการเปิดตัวในการเริ่มต้นของการลงทุนนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้ยิ่งใหญ่ แต่ขอให้เป็นก้าวแรกที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ และเป็นก้าวที่สามารถสานต่อความก้าวหน้าให้กับคุณได้

3. มีการวางแผนก่อนอยู่เสมอ

   บางคนที่กำลังคิดจะลงทุนนั้นเค้ามักจะลงทุนไปเพราะว่าการที่เห็นคนอื่นได้ผลตอบแทนหรือกำไรจากการลงทุนมากมาย แต่เค้าลืมไปว่าการที่คนเราจะได้ผลตอบแทนมากมายขนาดนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยการวางแผน และทำตามระเบียบอยู่เสมอ ถ้าหากว่าคุณทำอะไรโดยปราศจากการวางแผน แล้วไปตายเอาดาบหน้า ก็เป็นเหมือนกับการทำอะไรลงไปแล้วเดินตามรอยเท้าของคนอื่น บางครั้งคนอื่นอาจจะไม่ได้ทิ้งรอยเท้าไว้ให้กับคุณ แล้วคุณก็จะต้องคลำทางเอาเองซึ่งทางที่เดินนั้นอาจจะเป็นทางที่ผิดก็ได้ เพราะฉะนั้นคุณควรวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าก่อนอยู่เสมอ เผื่อว่าเมื่อไหร่ที่คุณเดินแล้วพลาดจะได้มีแผนหลัก และแผนสำรองเตรียมการเอาไว้นั่นเอง

4. ตั้งใจทำอย่างเต็มที่

   เมื่อไหร่ที่ได้ทำแล้ว ขอให้ได้ตั้งใจทำให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ในการลงทุนเองคุณเองก็ควรตั้งใจทำให้มากที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณได้โอกาสลงทุนก็ควรจะทำมันให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากว่ามีใครหลายคนอยากได้โอกาสในการลงทุน อยากมีเงินเอาไว้ลงทุน หรืออาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่นั้นคนเราล้วนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อคุณมีพื้นฐานที่ดี มีโอกาสในการลงทุน หรือปูพื้นการลงทุนให้กับตัวเองแล้วก็ขอให้ทำมันให้ดีที่สุด และก้าวไปให้ถึงที่สุดถือว่าเป็นการทำให้ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์นั่นเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณท้อหรือมองหาหนทางในการแก้ปัญหาในการลงทุนไม่ออก ให้คุณคิดถึงวันที่คุณเริ่มต้นว่าคุณได้มันมายากแค่ไหน กว่าที่คุณจะเริ่มต้นมันได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในเมื่อคุณผ่านจุดเริ่มต้นที่เป็นจุดที่ยากที่สุดมาได้แล้ว คุณก็จะต้องผ่านไปก้าวต่อไปได้เหมือนกัน ดังนั้นจงตั้งใจทำในสิ่งที่ตนเลือกให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการลงทุน เพระการลงทุนจะต้องใช้ความพยายามและความอดทนเป็นอย่างมาก หากทำได้ ความสำเร็จก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น

5. อย่าเพิ่งท้อ

   ต่อมาเป็นเรื่องของการก้าวต่อไปเรื่อยๆ อย่าพึ่งท้อเด็ดขาด มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะต้องเจอเรื่องราวต่างๆ มาเป็นอุปสรรคมาให้ท้อถอย ไม่ว่าเป็นเรื่องสภาวะทางเศรษฐกิจที่ผันผวนเอาแน่ เอานอนไม่ได้เลยซักอย่าง รวมถึงเรื่องปัญหาทางการเงินที่เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะต้องหาแหล่งเงินทุนมาจากที่ไหนทำให้คุณเองก็จะต้องกำหนดหนทางด้วยตัวเอง อย่าพึ่งท้อ สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แต่สิ่งที่ยากกว่าการเริ่มต้นนั่นก็คือการที่คุณจะต้องก้าวต่อไปเรื่อยๆ ให้ประสบความสำเร็จไปแต่ละก้าวให้ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าการเอาชนะอุปสรรคไปได้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถของตัวคุณเลย

6. มองโลกในแง่ดีเข้าไว้

   มองโลกในแง่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าที่จะคิดแต่ในกรอบ เพราะการคิดภายในกรอบนั้นจะเป็นการที่ทำให้ตัวคุณเองไม่สามารถมองหาวิธีในการแก้ไขปัญหาได้เมื่อคุณต้องเผชิญกับอุปสรรค หรือมันอาจจะทำให้คุณไม่สามารถที่จะเอาชนะคู่แข่งของคุณได้ เพราะคู่แข่งในการลงทุนนั้นไม่มีวันที่จะหยุดพัฒนาตัวเองแน่นอน ยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์การแข้งขันของยุคที่ทุกคนไม่ถอยหลัง ไม่ยอมซึ่งกันและกัน และเป็นยุคที่ทุกคนใช้เทคโนโลยีในการเป็นเครื่องมือที่ทำให้ตัวเองเอาชนะผู้อื่นนั้นเป็นช่วงที่คุณจะต้องเรียนรู้มากเลยทีเดียว ถ้าหากว่าคุณไม่ยอมเรียนรู้ ปิดใจ ไม่อยากใช้ความคิดสร้างสรรค์นั้น นอกจากจะทำให้คุณไม่สามารถเอาชนะตัวเองได้แล้ว มันอาจจะทำให้คุณไม่สามารถเอาชนะคนอื่นหรือคู่แข่งได้เหมือนกัน รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้นถ้าหากว่าคุณไม่ยอมเปิดใจที่จะเรียนรู้ย่อมทำให้คุณมีแต่ความคิดเดิมๆ หรือเป็นกบในกะลาเท่านั้นเอง

7. พยายามอยู่ในกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้

   พยายามทำให้ตัวของคุณเองอยู่ในกฎระเบียบที่คุณได้ตั้งเอาไว้ เพราะว่าการทำตามกฎระเบียบนั้นจะทำให้คุณก้าวไปถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่าการที่คุณไม่ได้เดินตามแผนที่วางแผนเอาไว้เลย แล้วเมื่อไหร่ที่คุณกำลังจะหลุดออกจากกฎระเบียบคุณก็จะได้เตือนสติให้กับตัวเองเอาไว้ว่าคุณจะสามารถเดินไปหาเป้าหมายนั้นคุณจะต้องเดินตามแผนที่วางเอาไว้ มีบางครั้งที่กฎระเบียบอาจจะต้องมีการยืดหยุ่นบ้าง แต่คุณอย่าลืมว่าการที่มีกฎระเบียบนั้นจะทำให้คุณเดินไปข้างหน้าได้ และคุณก็จะต้องรู้จักตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่ถึงเวลาที่จะต้องยืดหยุ่น แล้วเมื่อไหร่ที่คุณจะต้องอยู่ในกฎระเบียบเพราะถ้าหากว่าอยู่แต่ในกฎมากเกินไปอาจจะทำให้คุณเครียด และไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไป จนทำให้คุณไม่อยากก้าวต่อไปก็ได้

8. รู้ตัวเองว่าสามรถรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน

   รู้จักว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ระดับความเสี่ยงในการลงทุนนั้นมีหลากหลายระดับ ถ้าหากว่าคุณรับความเสี่ยงได้ในระดับที่ต่ำ แต่ถ้าหากว่าคุณบอกกับตัวเองว่าคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงได้สูง แต่อันที่จริงแล้วคุณสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับที่ต่ำ อาจจะทำให้ล้มเหลวจากการลงทุนก็ได้ เพราะหลายคนนั้นมักจะโกหกกับตัวเองว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วไม่สามารถที่จะแบกรับมันไว้ได้ไหว เพราะฉะนั้นให้คุณสำรวจตัวเองให้ดีซะก่อนก่อนที่จะบอกว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้ในระดับไหนกันแน่ โดยเฉพาะการลงทุนที่จะต้องมีการนำเอาเงินไปฝากประจำหรือการออมเงินบ่อยๆ ตามจำนวนที่กำหนดนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยการแบกรับความเสี่ยงของคุณด้วย ถ้าคุณสามารถทำได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถทำได้นั่นคือปัญหากำลังมาถึงคุณแล้วล่ะ

9. ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเอาไว้ไม่เสียหาย

   ถึงแม้ว่าข่าวในสมัยนี้จะเป็นข่าวที่ถูกบิดเบือนความจริงเอาไว้ซะเยอะ แต่อย่างน้อยการที่คุณติดตามข่าวก็จะทำให้คุณทราบว่าคนในสมัยนี้มีแนวโน้มไปในทิศทางไหน แล้วมีความคิดกันอย่างไรบ้าง ถ้าคุณรู้มันก็จะเหมือนการรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนั่นเอง แต่ถ้าหากว่าคุณไม่รู้สถานการณ์บ้านเมืองเลยอาจจะทำให้คุณเป็นรองคู่แข่งก็ได้ รวมถึงการที่คุณจะต้องอาศัยข่าวสารเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน เพราะคนไทยส่วนใหญ่มักจะชอบทำอะไรตามเทรนด์หรือแนวโน้มที่คนอื่นๆ เค้าทำกัน แล้วตัวเองก็จะทำตาม เพราะฉะนั้นการที่คุณรู้ว่าคนส่วนใหญ่เค้าทำอะไรกันก็จะทำให้คุณสามารถเอามาเป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจหรือการลงทุนของคุณได้ ยกตัวอย่างเช่นประชากรของคนไทยนั้นมีจำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นธุรกิจหรือการลงทุนที่ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุนั้นก็จะมากขึ้นตาม ทำให้คุณสามารถเดาออกว่าจะต้องดำเนินการธุรกิจหรือการลงทุนของคุณไปในทิศทางไหน

10. อย่าลงทุนเมื่อรู้ว่าผลลัพธ์เป็นศูนย์

   ถ้ารู้ว่าผลตอบแทนที่ได้จะเป็นศูนย์หรือขาดทุนคุณก็ไม่ควรลงทุน เพราะยิ่งทำก็เหมือนเป็นการทิ้งเงินลงไปในกองไฟซะเปล่าๆ สู้เอาเงินไปลงทุนหรือทำประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่า โดยการคาดเดาผลประโยชน์จากการลงทุนนั้นคุณสามารถคาดเดาออกมาเป็นตัวเลขได้จากการใช้ความรู้ทางบัญชีหรือความรู้ทางด้านการเงิน รวมไปถึงการที่คุณสามารถคาดเดาจากการลองทำดูทีละเล็กละน้อยนั่นเอง เพราะการที่คุณได้ลองลงมือทำคุณจะมองเห็นว่าแนวโน้มของการลงทุนนั้นจะเป็นในทิศทางไหนนั่นเอง ถ้าหากว่าคุณรู้ว่ามันเป็นการลงทุนที่ไม่สร้างผลกำไรอะไรให้กับเงินใกระเป๋าของคุณเลยไหนจะต้องเสียเวลา เสียเงิน มีความเสี่ยงสูงมากมาย ก็อย่าไปแตะต้องมันเลยดีกว่า

11. อย่าโลภจนมากเกินไป

   เพราะหลายคนนั้นมักจะมีความโลภมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งความโลภหรือกิเลสความอยากได้ของคนเรานั้นมีอยู่แล้วล่ะ แต่ถ้าหากว่ามีมากเกินไปอาจจะทำให้คุณเสียมากกว่าได้ก็ได้ เนื่องจากว่าเมื่อไหร่ที่เรามีความโลภย่อมทำให้คุณสามารถเอาชนะคนอื่นด้วยความเห็นแก่ตัวได้ โดยที่ไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมหรือการแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ เลย แต่ถ้าหากว่าคุณลดความโลภให้น้อยลง เอาผลประโยชน์ใส่ตัวเองให้น้อยลง คุณจะได้คนรอบข้างที่มีความซื่อสัตย์ และรักตัวตนของคุณมากกว่าที่จะติดตามคุณเพราะว่าหวังผลประโยชน์จากคุณ อีกทั้งเมื่อไหร่ที่คนอื่นเห็นความโลภของคุณมากเข้าแล้วล่ะก็อาจจะต้องส่ายหน้าหนีเพราะว่าคงไม่มีใครที่จะสามารถอยู่ร่วมกับคนที่เห็นแก่ตัวมากเกินไปได้หรอกนะ

12. สร้างทางเลือกให้กับตัวของคุณเอง

   บางคนนั้นมักจะตีกรอบเอาไว้ให้กับัตัวเองว่าจะต้องทำแบบนั้นทำแบบนี้ จะไม่เปลี่ยนวิธีการทำงาน ไม่สร้างตัวเลือกให้กับตัวเองเลย ทำให้การลงทุนของคุณจะต้องจมอยู่กับที่ไม่สามารถแตกกิ่งก้านสาขาออกไปที่ไหนได้เลย เพราะว่าการที่คุณตีกรอบหรือว่าวาดกรอบเอาไว้ให้กับตัวเองนั้นย่อมทำให้คุณจะต้องอยู่กับที่ไม่สามารถทำอะไรใหม่ๆ ได้เลยซักครั้ง บางคนเลือกที่จะสร้างตัวเลือกให้กับตัวเองเยอะๆ ทำให้โอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตของตัวเองได้ และทำให้การลงทุนนั้นประสบความสำเร็จได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการที่คุณมีตัวเลือกนั้นย่อมทำให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้นั่นเอง

13. อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยหายไปแบบมือเปล่า

   การที่คุณปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากเลยทีเดียว ทุกคนมีโอกาส แต่โอกาสไม่ได้เข้าไปหาทุกคน บางคนพยายามสร้างทางเลือก สร้างโอกาสให้กับตัวเองมากมายแต่ว่าไม่สามารถได้โอกาสนั้นมาก็จะต้องหมดสิทธิ์ไป แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้โอกาส และได้ทางเลือกมาเป็นของตัวเอง อีกทั้งการที่คุณจะต้องลงทุนนั้นโอกาสในการสร้างแหล่งเงินทุนให้กับตัวเองถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียวเชียวล่ะ เพราะเงินถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการลงทุนมากเลยทีเดียว และที่มากไปกว่านั้นก็คือการที่คุณสร้างทางเลือก สร้างโอกาสให้กับตัวเอง ย่อมเป็นการที่ทำให้คุณได้รู้จักสิ่งใหม่ๆ มีทางเลือกใหม่มาให้คุณได้เลือก รวมถึงเมื่อไหร่ที่จะต้องเจอปัญหา คุณเองก็จะได้ไม่ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเดิม สามารถใช้วิธีการใหม่ๆ ที่สามารถลดต้นทุน ลดความเสี่ยงในการกำจัดอุปสรรคในการลงทุนออกไปได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม

   เทคนิควิธีเหล่านี้ จะทำให้คุณกลายเป็นนักลงทุนมืออาชีพ ที่สามารถลงทุนได้อย่างไม่ติดขัดและประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย แถมยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากอีกด้วย