การลงทุนที่เป็นประโยชน์

การลงทุนแบบไหนที่ใช่คุณ

   คนเราย่อมมีความต้องการในการลงทุนเพื่อเก็บเงินเอาไว้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง แต่ก็มีบางคนที่อยากลงทุนเอาไว้เพื่อให้เงินนั้นสามารถงอกเงยออกมาเอาไปเป็นเงินเก็บออมในยามฉุกเฉิน ซึ่งการลงทุนที่เรากำลังจะพูดถึงนี้จะเป็นตัวเลือกในการลงทุนที่เป็นประโยชน์ของคุณได้ไม่มากก็น้อยล่ะ

   1. ลงทุนในหุ้น เมื่อไหร่ที่เราได้ยินคำว่า “เล่นหุ้น” หลายคนจะต้องคิดถึงผลตอบแทนหรือกำไรจากการลงทุนมากมายมหาศาลเป็นอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงการเล่นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงเพียงแค่ในระยะเวลาไม่กี่ปี หรือบางคนอาจจะเล่นหุ้นไม่กี่เดือนก็ได้กำไรจากการเล่นกลับมาใส่ในกระเป๋าเป็นกอบเป็นกำแล้วล่ะ แต่เรายังไม่เห็นอีกด้านของการขาดทุนหรือในตอนที่คนลงทุนในหุ้นเกิดขาดทุนขึ้นมาเค้าก็ไม่ได้มาบอกเราว่าเค้าขาดทุน เพราะมีแต่คนบอกเราว่าได้กำไรนั่นเอง เราจึงมองเห็นว่าการเล่นหุ้นนั้นมักให้ผลตอบแทนที่สูง และคนที่เล่นนั้นก็เป็นคนที่ร่ำรวย แต่ความเป็นจริงนั้นการลงทุนทุกประเภทย่อมมีด้านมืดและด้านสว่าง เหรียญมีสองด้าน การลงทุนในหุ้นก็คือมีด้านที่ให้กำไร และขาดทุนได้เหมือนกัน

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   ขึ้นชื่อว่าหุ้นแล้ว ผลตอบแทนที่ได้ก็สูงมากพอสมควร เพราะฉะนั้นความเสี่ยงจากการลงทุนนั้นก็ย่อมสูงตามไปด้วย คุณลองถามตัวเองดูก่อนว่าคุณมีศักยภาพในการยอมรับความเสี่ยงได้ดีมากแค่ไหน ถ้าหากว่าคุณอยากได้กำไรเยอะ แต่รับความเสี่ยงได้น้อยก็อย่าตัดสินใจด่วนเกินไป อีกทั้งการเล่นหุ้นนั้นจะต้องมีการติดตามข่าวสารข้อมูลราคาของหุ้นอยู่ตลอดเวลา แล้วยังจะต้องอาศัยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในการลงทุนเอาไว้ให้มากๆ เพราะไม่อย่างนั้นหุ้นที่คุณถือเอาไว้อยู่นั้นอาจจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนอะไรให้กับคุณเลย แต่คุณกลับถือหุ้นตัวนั้นเอาไว้ในระยะยาว นั่นย่อมเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนให้กับตัวคุณเองมากขึ้นเรื่อยๆ

   2. ลงทุนในประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันเงินออม เหล่าบริษัทประกันรวมถึงธนาคารหลากหลายธนาคารต่างก็สร้างผลิตภัณฑ์ทางด้านการเงินมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะประกันนั้นเป็นการลงทุนที่ถือว่าสามารถให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน ไม่ต้องติดตามข่าวสารอะไรมากมายเช่นเดียวกับการเล่นหุ้นตลอดเวลา แต่ว่าสิ่งที่คุณจะต้องคิดให้ดีก่อนการลงทุนนั่นก็คือสำรวจความพร้อมของตัวเองว่าสามารถนำเงินไปจ่ายค่าเบี้ยประกันได้มากแค่ไหน และสามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่องหรือเปล่า? รวมถึงการซักประวัติทางด้านการเงินของบริษัทประกันที่คุณจะทำเอาไว้ด้วย เพราะไม่มีอะไรแน่นอนเมื่อไหร่ที่ถึงเวลาที่บริษัทประกันจะต้องจ่ายเงินให้กับคุณอาจเบี้ยวขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้ เพราะฉะนั้นก่อนทำประกันก็ให้คุณคิดให้ดีซะก่อน เพราะการโกงอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ที่สำคัญอย่าลืมอ่านเงื่อนไขในสัญญาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนด้วยล่ะ

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   การทำประกันนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากมากมายหรือว่าจะต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีตัวแทนประกัน นายหน้าประกันคอยอำนวยความสะดวกให้กับการจ่ายค่าเบี้ยประกันหรือเรียกร้องสินไหมให้กับคุณได้อีกด้วย ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ไม่มีความเสี่ยงที่มาก ไม่ต้องศึกษาข้อมูลระหว่างการลงทุนตลอดเวลาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการลงทุน เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในการสมัครประกัน และขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่คุณสามารถจ่ายค่าประกันได้ ยิ่งค่าประกันสูง ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับก็จะสูงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณเองก็จะต้องดูรายละเอียดเงื่อนไขของประกันแต่ละตัวของแต่ละบริษัทเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการลงทุนของคุณเอง เพราะประกันในบางบริษัทนั้นมีค่าประกันที่เหมือนกัน ราคาเดียวกัน มีการจ่ายเบี้ยประกันที่เหมือนกัน แต่อาจจะให้ดอกเบี้ย หรือผลตอบรับที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการสำรวจดูประกันแต่ละตัวก่อนการสมัครนั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองไม่ใช่น้อย

   3. ลงทุนกับกองทุนต่างๆ ของธนาคารหรือสถาบันการเงินทั่วไป กองทุนที่ว่านั้นสามารถเป็นได้ทั้งกองทุนระยะสั้น และระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประเภทไหนคุณก็สามารถลงทุนได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเงินในกระเป๋าคุณนั้นสามารถนำไปลงทุนได้หรือเปล่า และตัวคุณเองจะสามารถแบกรับความเสี่ยงได้หรือไม่ โดยกองทุนบางตัวนั้นจะต้องมีเงินทุนที่สูง ฉะนั้นคุณก็จะต้องหาเงินมาลงทุนในระดับที่สูง รวมถึงต้องศึกษาข้อมูลอยู่ตลอดเวลาว่ากองทุนประเภทไหน และของสถาบันการเงินที่ไหนที่เหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด โดยเฉพาะกองทุนบางประเภทนั้นจะให้ผลตอบแทนในอัตราที่ไม่แน่นอนหรืออาจจะให้เงินตอบแทนที่เป็นตัวเลขไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับการดำเนินงานทางผลประโยชน์ของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ แล้วเค้าก็จะเอากำไรที่ได้จากการลงทุนนั้นมาจ่ายให้กับคุณอีกทีหนึ่งนั่นเอง

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   ถ้าหากว่าคุณอยากได้เงินตอบแทนหรือผลตอบแทนที่สูงมากขึ้นจากเงินฝากประจำ สามารถยอมรับความเสี่ยงได้พอสมควรคุณก็สามารถลงทุนกับกองทุนประเภทต่างๆ ได้ แต่อย่าลืมว่าการลงทุนในระยะสั้นนั้นจะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่าการลงทุนในระยะยาวอยู่แล้ว เพราะการลงทุนในระยะสั้นนั้นเราสามารถกำหนดตัวเลขของผลตอบแทนออกมาได้ง่าย แต่การลงทุนในระยะยาวนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในการคำนวณ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หรือสภาพคล่องของสถาบันการเงินที่คุณได้ลงทุนเอาไว้อีกด้วย แต่การลงทุนประเภทนี้ก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากอะไรให้กับคุณ เพียงแค่คุณศึกษาความรู้เอาไว้อยู่เสมอ และจะต้องใจเย็นเพื่อรอผลตอบแทนดีๆ รวมถึงอย่าลืมเตรียมเงินสำรองเอาไว้ในกรณีที่คุณอาจขาดทุนเอาไว้เพื่อไม่ให้หมดตัวหรือต้องไปหยิบยืมเงินของใครมาใช้จ่ายจนกลายเป็นหนี้สินยังไงล่ะ

   4. ลงทุนกับการซื้อทอง สำหรับคนที่มีเงินเย็นนั้นก็จะต้องให้ความสนใจกับการซื้อทองมาเก็บไว้เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องอาศัยความรู้อะไรมากมาย แค่รอระยะเวลาที่เหมาะสม และทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง โดยทองคำที่นักลงทุนให้ความสำคัญนั่นก็คือการลงทุนกับทองคำแท่ง เพราะเป็นทองคำประเภทที่เราซื้อมาเพื่อเก็บสะสมเอาไว้เพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ แต่ถ้าหากว่าเป็นทองคำรูปพรรณนั้นจะเป็นทองคำประเภทที่เราซื้อมาเพื่อสวมใส่ หรือเพื่อความสวยงามมากกว่าที่จะเอามาลงทุน เนื่องจากว่าทองคำรูปพรรณ เช่น สร้อย แหวน กำไล นั้นเมื่อไหร่ใส่ไปมักจะทำให้เกิดรอย หรือรอยขีดข่วนบนรูปพรรณทำให้ราคาตก แต่ว่าสำหรับทองคำนั้นจะเป็นทองคำแบบแท่งไม่ได้เอามาสวมใส่ให้เกิดรอยขีดข่วนแต่อย่างใด เพียงแค่เก็บเอาไว้ในที่เหมาะสม ปลอดภัยต่อการถูกโจรกรรม เท่านี้คุณก็มีโอกาสที่จะเก็งกำไรจากการสะสมทองคำแท่งแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าราคาทองคำในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นจะอยู่ในระดับที่ตกลงไป แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ราคาทองคำนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยราคาทองคำนั้นจะเป็นราคาที่ตรงข้ามกับค่าเงินดอลล่าร์ เมื่อไหร่ที่เงินดอลล่าร์แข็งตัวราคาทองคำก็จะลดลง แต่ถ้าหากว่าเงินดอลล่าร์อ่อนตัวหรือปรับตัวลดลง ราคาทองคำก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินเย็นหรือเงินที่ไม่ได้เอาเงินไปรีบร้อนทำอะไรแล้วล่ะก็ การซื้อทองคำแท่งมาสะสมเอาไว้ก็เหมาะกับคุณเหมือนกัน เพียงแค่คุณอาศัยระยะเวลาให้เหมาะสม รอโอกาสที่ราคาทอคำมีราคาที่สูงขึ้นแล้วขายมันออกไป เท่านี้คุณก็ได้กำไรแล้ว แต่ถ้าหากว่าคุณเอามีเงินเยอะแต่ว่าเงินนั้นเป็นเงินที่จะต้องเอาไปจับจ่ายใช้สอยแล้วล่ะก็ คุณไม่ควรเอาเงินมาลงทุนกับทองคำโดยเด็ดขาดเพราะนอกจากคุณจะไม่ได้กำไรแล้ว คุณอาจจะขาดทุนอีกด้วย เพราะการลงทุนในทองคำนั้นจะมีค่าบล็อก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คุณจะต้องจ่ายให้กับร้านทอง ซึ่งราคาขายที่คุณจะขายออกไปนั้นก็จะต้องเป็นราคาที่คุ้มทุนรวมถึงจะต้องเอาเงินส่วนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่ายเวลาจะขายทองออกไปอีกด้วย ฉะนั้นถ้าหากว่าคุณเป็นคนใจร้อนก็ไม่ควรลงทุนกับทองคำ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนใจเย็น มีเงินเย็น และสามารถรอโอกาส จังหวะ และเวลาที่เหมาะสมได้ คุณก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่รวยได้จากการลงทุนกับทองคำก็ได้ ซึ่งคุณแค่ติดตามข่าวสารของราคาทองคำ ค่าเงินดอลล่าร์ และราคาน้ำมัน เท่านี้คุณก็สามารถรู้จักทิศทางแนวโน้มของราคาทองคำเพื่อเอาไปใช้ในการซื้อขายทองคำแล้วล่ะ

   5. ลงทุนในการฝากเงินกับธนาคาร ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเงินอยู่แต่ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร แล้วยังไม่อยากติดตามข่าวสารบ้านเมืองซักเท่าไหร่ รวมถึงเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการให้ใครมาจัดการกับเงินของคุณ หรือเป็นนายหน้าเรื่องการจัดการเงินหรือกลุ่มคนที่เราเรียกว่าโบรกเกอร์นั้นคุณก็สามารถนำเงินที่มีอยู่ไปฝากกับธนาคารได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากประเภทสะสมทรัพย์ หรือว่าเงินฝากประเภทฝากประจำคุณก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยให้คุณทำการศึกษารายละเอียด รวมถึงเงื่อนไขในการฝากเงินของแต่ละธนาคารว่าเหมาะกับตัวของคุณหรือไม่ แต่ถ้าจะให้คุณมีทางเลือกไปมากกว่าการฝากเงินในประเทศของเราแล้วล่ะก็ คุณเองยังสามารถฝากเงินกับธนาคารของประเทศอื่นได้ เพราะธนาคารต่างประเทศสำหรับบางประเทศนั้นเปิดบริการให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการฝากเงินกับธนาคารแถมยังให้ดอกเบี้ยที่มากกว่าธนาคารในประเทศไทยของเราอีกด้วย แต่ความเสี่ยงก็คือเงื่อนไขในการถอนเงินออกมาหลังจากที่ฝากไปแล้ว รวมถึงค่าบริการต่างๆ นั่นเอง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องศึกษาดูให้ดีซะก่อนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการฝากเงินข้ามประเทศ

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   ถ้าคุณศึกษารายละเอียดของธนาคารแต่ละธนาคารแล้ว รวมถึงมองเห็นว่าธนาคารที่คุณจะเอาเงินของตัวเองไปฝากนั้นสามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแล้วล่ะก็อย่ารอช้าเลยเพราะการฝากเงินเป็นการลงทุนที่ง่ายมากที่สุด ไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่คุณยอมรับเงื่อนไขของธนาคารให้ได้ สามารถยอมรับความเสี่ยงของค่าเงินที่อาจจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัวนั่นเอง ฉะนั้นถ้าหากว่าคุณยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ซึ่งคุณจะต้องมีเงินเอาไปฝากให้กับธนาคารอยู่เป็นประจำเพื่อทำตามเงื่อนไขของธนาคารรวมถึงจะต้องไม่เอาเงินออกมาใช้หรือไม่ถอนเงินออกมาใช้ซะก่อนนั่นเอง เพียงแค่นี้คุณก็สามารถได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนได้แบบไม่ยากแล้วล่ะ ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ก็เหมือนกับการซื้อประกันแต่ต่างกันที่ว่าคุณจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากการฝากเงินเท่านั้น

   6. ลงทุนกับการซื้อสลากออมทรัพย์ จะว่าไปแล้วการซื้อสลากออมทรัพย์นี้ก็ไม่แตกต่างกับการซื้อหวยเท่าไหร่ แต่ความแตกต่างที่เหนือกว่าของสลากออมทรัพย์นั่นก็คือคุณสามารถมีเงินออมเก็บเอาไว้กับธนาคารที่คุณได้ซื้อสลากออมทรัพย์เก็บเอาไว้ แต่ถ้าหากว่าคุรซื้อสลากแล้วเลขที่คุณซื้อเป็นเลขที่ตรงกับสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ละงวดคุณก็จะได้รางวัลเป็นเงินเหมือนกับการซื้อหวยนั่นเอง ทั้งรางวัลที่ 1 2 3 ต่างๆ ซึ่งดีกว่าการซื้อหวยหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลตรงที่ว่าคุณไม่ต้องซื้อแล้วปล่อยให้เงินศูนย์เปล่าไปกับกระดาษเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น แต่ว่าหลังจากที่คุณซื้อ คุณก็จะได้มีเงินออมเอาไว้ในบัญชี ยิ่งถ้าหากว่าคุณซื้อคุณก็จะได้มีเงินเก็บเยอะ โดยการซื้อสลากออมทรัพย์นั้นจะแบ่งระยะเวลาเป็นทุกๆ 2 ครั้งใน 1 เดือน นั่นก็คือต้นเดือนและกลางเดือนเช่นเดียวกับการซื้อหวยที่จะมีทุกๆ ต้นเดือน และกลางเดือนนั่นเอง เห็นไหมล่ะว่าการซื้อสลากออมทรัพย์นั้นดีกว่าการซื้อหวยเป็นไหนๆ อีกทั้งการซื้อสลากออมทรัพย์ของคุณนั้นก็ยังเป็นการออมเงินไปในตัวได้อีกด้วย รวมถึงการที่แต่ละธนาคารเปิดการบริการนี้ให้กับคุณ คุณจะได้ซื้อสลากออมทรัพย์ได้ง่ายๆ กับธนาคารสาขาที่ใกล้บ้านคุณได้นั่นเอง

คุณเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้หรือไม่?

   ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบซื้อหวย แต่อยากให้เงินที่ซื้อไปนั้นไม่เปล่าประโยชน์ คุณก็สามารถลงทุนกับสลากออมทรัพย์แต่ละประเภทได้ เพียงแค่คุณซื้อสลากเป็นประจำ ก็จะได้มีเงินเก็บไปในตัว โดยที่คุณไม่ต้องเอาเงินไปโยนทิ้งในกรณีที่ซื้อหวยไม่ถูกนั่นเอง ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย และให้ผลตอบแทนที่ถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่ชอบเสี่ยง